สรุปหนังสือ Motivational Marketing (การตลาดขั้นเทพ)

เมื่อประมาณปี 2013 ผมได้มีโอกาสอ่านหนังสือด้านการตลาดเล่มหนึ่ง ชื่อภาษาไทยว่า “การตลาดขั้นเทพ” ชื่อภาษาไทยอาจจะดูแว๊นๆไปซักหน่อย แต่ถ้าลองดูชื่อภาษาอังกฤษของหนังสือเล่มนี้ มีชื่อว่า Motivational Marketing ส่วนตัวผมรู้สึกว่าหนังสือการตลาดเล่มนี้ถ้าใช้ชื่อภาษาอังกฤษจะเพิ่มความน่าสนใจได้มากขึ้นเป็นกอง

หนังสือการตลาดขั้นเทพ (Motivational Marketing)

หนังสือการตลาดขั้นเทพ (Motivational Marketing)

ผมใช้เวลาไม่กี่วัน อ่านหนังสือเล่มนี้จบอย่างรวดเร็ว ผมรู้สึกตื่นเต้นกับเนื้อหาของหนังสือเล่มนี้มาก และผมใช้เทคนิคบางอย่างที่ได้จากหนังสือเล่มนี้ มาลองประยุกต์ใช้กับธุรกิจตัวเอง และธุรกิจของลูกค้า ทำให้ยอดติดต่อ ยอดขายของธุรกิจดีขึ้นภายในชั่วข้ามคืน

โดยสิ่งที่ผมประยุกต์ใช้นั้น บางครั้งผมแค่เปลี่ยน หรือใส่ข้อความในหน้าเว็บไซต์เพิ่มเพียงไม่กี่บรรทัด ยอดติดต่อ ยอดขายก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดทันที เช่น ปกติมีคนติดต่อมาวันละ 5 คน ก็เพิ่มขึ้นมาเป็นวันละ 7-10 คน เป็นต้น

จากวันนั้นถึงวันนี้ผ่านมา 3 ปีกว่า ผมลองหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอ่านดูอีกครั้ง ผมพบว่าตัวผมเอง ยังนำสิ่งที่หนังสือแนะนำมาปรับใช้ในการตลาดไม่ถึงครึ่งนึงของเนื้อหาด้วยซ้ำ ฉะนั้นครั้งนี้ เพื่อรีดประสิทธิภาพสูงสุดของหนังสือออกมาใช้ในการตลาดให้ตัวธุรกิจผมเอง และลูกค้าของผม ผมจึงตัดสินใจเขียน Blog ขึ้นมา เพื่อสรุปใจความสำคัญในหนังสือ ไว้ให้ทีมงาน Ads-Now ได้ทบทวน และผมมั่นใจมากๆว่า ลูกค้าที่ได้อ่าน Blog สรุปหนังสือเล่มนี้ จะได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นทันที หลังจากนำเทคนิคเหล่านี้ไปปรับใช้บนการตลาดของตนเอง โดยเฉพาะบนหน้าเว็บไซต์ หรือ Facebook ของคุณ

ทำความเข้าใจกันก่อน

ก่อนทำการสรุปหนังสือ ผมต้องขอให้เข้าใจตรงกันก่อนว่า การสรุปของผมจะมีความเห็น และมุมมองส่วนตัวของผมแทรกลงไปในหนังสือด้วยเช่นกัน ซึ่งถ้าหากผู้อ่านมีมุมมองที่แตกต่างจากผม สามารถทิ้ง comment ไว้เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้กันได้เลยนะครับ ^^

หนังสือเล่มนี้พูดถึงอะไรบ้าง?

หนังสือเล่มนี้พูดถึงเทคนิคในการสร้างแรงจูงใจ ให้ลูกค้าซื้อสินค้าทันที ย้ำนะครับ ว่า สร้างแรงจูงใจให้ซื้อทันที! ซึ่งการจะสร้างแรงจูงใจได้นั้น เราต้องใช้อารมณ์ 5 ประการ ของมนุษย์ ซึ่งเป็นอารมณ์ 5 ประการที่ผู้เขียนศึกษา และทดลองมาแล้วว่า กระตุ้นการซื้อได้อย่างได้ผลดีที่สุด!!

ข้อสำคัญคือ ในทุกๆโฆษณาที่เรานำเสนอ ไม่ว่าที่ไหน บนเว็บไซต์ Facebook หรืออื่นๆ… เราต้องจี้จุด จี้อารมณ์ทั้ง 5 อย่างนี้ของคนอ่านให้ได้ ถ้าเรานำเสนออารมณ์ 5 อย่างนี้ได้แล้ว รับรองว่าคนอ่านจะควักเงินในกระเป๋า จ่ายให้เราอย่างง่ายด้าย!!

แล้วตัวผู้เขียนเองล่ะถูกอะไร motivate ให้เขียนหนังสือเล่มนี้ได้?

ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ (ต่อไปนี้ผมจะขอเรียนว่า ตาโรเบิร์ตนะครับ) ในช่วงเริ่มต้นอาชีพด้านการตลาด ตาโรเบิร์ตเคยประสบปัญหา และความท้าทายในการสร้างยอดขายให้กับบริษัทที่ตัวเองทำงานให้ ซึ่งมีทั้งเคสที่ตาโรเบิร์ตสร้างยอดขายจากการตลาดของตัวเองได้อย่างดี ในขณะที่บางครั้งก็แป้ก! ตาโรเบิร์ตคับแค้นใจเป็นอย่างมาก เค้าต้องการที่จะทำให้ทุกๆกิจกรรมการตลาดที่เค้าทำ success ทุกครั้ง ตาโรเบิร์ตพยายามเสาะหาเหตุผลว่า ทำไมๆๆๆ บางกิจกรรมก็สำเร็จ บางกิจกรรมก็แป้ก! ตาโรเบิร์ตอยากจะประสบความสำเร็จ 100% เท่านั้น

ตั้งแต่วันนั้น ตาโรเบิร์ตก็เริ่มทำการวิเคราะห์ และศึกษาโฆษณาที่ประสบความสำเร็จต่างๆ โดยตาโรเบิร์ตใช้วิธีรวบรวมนิตยสารรายปี ที่ในนิตยสารมีโฆษณาจำนวนมาก มาทั้ง 12 เดือน แล้วตาโรเบิร์ตก็ทำการฉีกโฆษณาที่มีการลงโฆษณาอย่างต่อเนื่อง ทุกๆฉบับออกมา ซึ่งโฆษณาที่ตาโรเบิร์ตฉีกออกมานั้น ล้วนคัดเฉพาะโฆษณาที่ใช้เนื้อที่เต็มหน้ากระดาษ (นั่นหมายความว่าค่าโฆษณาสูงมาก) ซึ่งแน่นอนว่า ไม่มีใครจะยอมจ่ายค่าโฆษณาแพงๆ อย่างต่อเนื่องแน่นอน ยกเว้นแต่ว่า มันจะทำยอดขายกลับมาให้ธุรกิจได้อย่างคุ้มค่า

ทำไมคนเราถึงซื้อของ?

ตาโรเบิร์ตนำเสนอว่า

  • เพราะอะไรคนเราถึงซื้อที่ราคาสูงๆ เช่น นาฬิกา Rolex แทนนาฬิกาถูกๆ?
  • เพราะอะไรคนเราถึงยอมจ่ายเงินเข้าสัมมนาตั้งแต่หลักหมื่น ถึงหลักล้านบาทต่อคอร์ส
  • เพราะอะไรคนเราถึงยอมขับรถออกจากบ้าน เพื่อไปซื้อสินค้าชิ้นหนึ่งข้างนอกบ้าน ที่เห็นโฆษณาทางทีวี หรือทางอินเตอร์เน็ต

คำตอบมีเพียงข้อเดียว คือ “แรงจูงใจ”  

และสิ่งที่สร้างแรงจูงใจของคนซื้อได้ดีที่สุดคือการเล่นกับ “อารมณ์ทั้ง 5 อย่าง” ของกลุ่มเป้าหมายนั่นเอง

อารมณ์ 5 อย่าง ที่ทำให้คนซื้อของมีอะไรบ้าง?

  1. ความกลัว
  2. ความรัก
  3. อยากได้ของฟรี และของถูก (เรียกว่าอารมณ์ ได้เหรอเนี่ย?)
  4. การได้เงิน โดยไม่ต้องใช้ความพยายาม
  5. ทำให้ฝันเป็นจริง

รอติดตามต่อนะครับ…

Facebook Comments
Posted in Motivational Marketing Tagged with: , , ,