วัดผลโฆษณาออนไลน์ของคุณด้วย URL Builder (ตอนที่ 1)

หลายๆท่านที่ทำธุรกิจออนไลน์คงจะเคยนำเว็บไซต์ของท่านไป Post ตามที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, webboard หรือนำ link ของท่านไปแปะไว้ในที่ต่างๆเช่น ลายเซ็นต์ในอีเมลล์ หรือ blog ของท่านเอง หลายๆท่านเมื่อไปโปรโมทหลายๆที่เข้าซักพักหนึ่งก็หยุดทำไป เนื่องจากไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ทำไปนั้นได้ผลมากน้อยแค่ไหน สามารถเรียกคนเข้าเว็บได้มากแค่ไหน

  • ถ้าเกิด link เหล่านั้นสามารถเรียกคนเข้าเว็บให้ท่านได้มากโดยที่ท่านไม่รู้

…ท่านก็จะเสียโอกาสที่จะทำการโปรโมทบนเว็บนั้นเพิ่ม หรือ

  • ถ้า link เหล่านั้นเีรียกคนเข้าได้น้อย

…ท่านก็จะไม่สามารถรู้ได้ว่าควรจะปรับปรุงกลยุทธ์บนเว็บนั้น หรือไม่ควรจะไปลงแรงบนเว็บเหล่านั้นแล้ว

วัดผลการโฆษณา

ด้วยเครื่องมือ URL Builder นี้ ท่านจะสามารถวัดผลในสิ่งที่ท่านไปโปรโมทได้เป็นอย่างดี

กลับไปที่ตัวอย่างเมื่อสักครู่ เมื่อท่านทราบผลของการทำโฆษณาไปแล้ว ท่านก็จะสามารถประเมินได้ทันทีว่าควรจะทำอย่างไรกับ link เหล่านั้นต่อไป เช่น 

  • ถ้าเกิด link เหล่านั้นสามารถเรียกคนเข้าเว็บให้ท่านได้มาก

…ท่านอาจจะตัดสินใจที่จะลงโฆษณาบนเว็บนั้นเพิ่มเติม หรือนำวิธีเหล่านั้นที่ท่านทำได้ผลไปทำกับเว็บไซต์ลักษณะใกล้เคียงกันที่อื่นๆ

  • หรือถ้า link เหล่านั้นเีรียกคนเข้าได้น้อย

…ท่านก็สามารถลองปรับเปลี่ยนวิธีการนำเสนอ หรือไม่ต้องไปเสียแรงทำการโปรโมทบนเว็บไซต์นั้นแล้ว เนื่องจากอาจจะไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงของธุรกิจท่านก็ได้

วิธีการใช้งานเครื่องมือ URL Builder

วิธีการใช้งานนั้นถือว่าง่ายมาก ดังนี้

  1. ติดตั้ง Google Analytics บนเว็บไซต์ของท่านก่อน วิธีติดตั้งไปอ่านได้ที่นี่ครับ สำหรับคนที่ติดตั้งแล้วไปที่ step ต่อไปได้เลย
  2. เข้าไปที่ link นี้ URL Builder
  3. ใส่ข้อมูลตามรูปด้านล่าง

1) Link ของหน้าที่เราต้องการจะนำไปโปรโมท เช่น เรา้ต้องการโปรโมทหน้า home ของเรา ก็ใส่เป็น http://www.example.com

2) Campaign Source คือ ชื่อของเว็บไซต์ หรือแบรนด์ที่เราต้องการไปโปรโมท เช่น โปรโมทบนเว็บบอร์ด Pantip ก็ใส่ pantip หรือโปรโมทบน Facebook ก็ใส่ facebook ลงไปครับ

3) Campaign medium คือ ประเภทของสื่อที่ link เราวางอยู่ เช่น เป็นเว็บบอร์ดก็ใส่ webboard, เป็นแบนเนอร์ก็ใส่ Banner, เป็น e-mail ก็ใส่ email

4) Campaign Term (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้) คือ คำอธิบายของการโปรโมทที่เราจะต้องการจะเก็บข้อมูล เช่น เป็นการ post ให้ความรู้บนเว็บบอร์ด Pantip เป็นต้น

5) Campaign Content (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้) คือ ใส่เพื่อระบุความแตกต่างให้ link ที่ต้องการโปรโมท ในกรณีที่เราโปรโมท link แบบนี้หลายๆครั้ง เช่น เราไปโปรโมท link ที่เว็บบอร์ดของ Pantip.com เราอาจจะไปโปรโมทหลายหมวด เช่น หมวดธุรกิจ หมวดการตลาด หมวดแฟชั่น เราก็ใส่ลงไปในแต่ละ link เพื่อแยกดูว่าหมวดไหนได้ผลมากที่สุด

หมายเหตุ : ตัวผมเองยังไม่เคยลองใส่ข้อมูลเหล่านี้เป็นภาษาไทยเหมือนกัน ถ้าจะให้ชัวร์ก็แนะนำให้ใส่เป็นภาษาอังกฤษนะครับ 🙂

6) Campaign Name คือ ชื่อ Campaign ของการโปรโมทครั้งนี้ เราอาจจะใส่ชื่อสินค้าก็ได้ เช่น เสื้อเดรส, กระโปรง, กางเกง ในกรณีที่เราแยกการโปรโมทออกเป็นเรื่องๆ หรือจะเป็นชื่อโปรโมชั่นของการโปรโมทในครั้งนั้นเช่น Sale 15%

7) Generate URL หลังจากที่เรากรอกทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย ให้กดที่ Generate URL ได้เลย จากนั้นเราก็สามารถนำ Link นี้ไปใช้ได้เลยครับ!

การใช้งาน URL builder

ตัวอย่าง: ทำ link ที่ได้ไปโปรโมท Facebook

ตัวอย่างการใช้งาน URL buider

วิธีการดูข้อมูลที่ได้ทำการ Track ไปแล้ว

ให้เข้าไปดูที่ Google Analytics ไปที่ Traffic Sources > Campaigns จากนั้นก็ทำการ Search รูป campaign ตามรูป

วิธีดูข้อมูล url builder

Facebook Comments
Posted in ตัวเก็บสถิติ Google Analytics Tagged with: , , , ,

Leave a Reply