รีวิว (review) หนังสือการตลาด The Longtail

หนังสือเล่มนี้ เป็นหนังสือเชิงการตลาดดีๆอีกเล่มที่ผมได้มีโอกาสอ่านระหว่างโหนรถเมล์ฝ่ารถติดไปทำงานเมื่อสมัยทำงานประจำ ดังนั้นเช่นเดิมนะครับ การรีวิวของผมจะผสมความคิดเห็นส่วนตัวเข้าไปบ้าง หรือบางครั้งอาจจะมีจำผิดนิดๆหน่อยๆ เพราะอ่านมาหลายปีแล้ว แต่หลักการโดยรวมจะไม่ผิดเพี้ยนไปจากหนังสือแน่นอนครับ

หนังสือ The Long Tail

ซึ่งหนังสือเล่มนี้ นอกจากจะนำเสนอทฤษฎีสำคัญอย่าง Long Tail ซึ่งกลายเป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลายในโลกธุรกิจแล้ว ยังเคยติด New York Times Bestseller อีกด้วย

หนังสือเล่มนี้ อธิบายการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจในยุคปัจจุบัน และอนาคต โดยเปรียบเทียบกับยุคก่อน ความหมายคือ

ในยุคก่อน การทำธุรกิจจะมีกฎอยู่ข้อหนึ่งที่เรียกว่า 80/20 ผมเชื่อว่าคนทำธุรกิจหลายคนคงรู้จัก คุ้นเคยกฎข้อนี้เป็นอย่างดี หรืออย่างน้อยๆต้องเคยได้ยินกันมาบ้างใช่มั๊ยครับ?

กฎ 80/20 คืออะไร?

กฎนี้อธิบายว่า ผลลัพธ์หรือผลผลิตที่เกิดขึ้นเกือบทั้งหมด (80%) บนโลกใบนี้ ล้วนเกิดจาก 20% ทั้งสิ้น เช่น

  • สินค้า 20% จากทุกรายการของบริษัทหนึ่ง มักจะสร้างยอดขาย 80% ของทั้งบริษัท
  • ในทางกลับกัน สินค้าอีก 80% จากทุกรายการ ก็สร้างยอดขายเพียงแค่ 20% ของทั้งหมดเหมือนกัน
  • วงดนตรี หรือศิลปินที่โด่งดังมากในสมัยก่อน  อย่างเช่น The Beatles (ซึ่งมีเพียงแค่ 20% ของวงดนตรีทั้งหมด) ก็ทำรายได้ 80% ของรายได้ที่เกิดขึ้นในวงการดนตรี
  • เพลงฮิต… ก็เช่นเดียวกัน เพลงฮิต 20% ทำรายได้ 80% ของเพลงทั้งวงการ  เรื่องนี้ในอดีตเรามักจะเห็น เพลง Top 20 Hits อยู่บ่อยๆใช่มั๊ยครับ? จริงๆแล้วในปัจจุบันก็ยังมีอยู่ แต่เราจะเริ่มสังเกตเห็นว่าเราสนใจ Top 20 ลดลงเรื่อยๆ เพราะเราเริ่มสนใจเพลงนอกกระแสเยอะขึ้นเรื่อยๆ
  • ดาราก็เช่นเดียวกัน ดารา 20% ก็มักจะทำรายได้ 80% ของดาราทั้งหมด

แล้วกฎ Long Tail จะค่อยๆมาแทนที่ กฎ 80/20 หรือไม่?

ผู้เขียนหนังสือเริ่มนี้เริ่มสังเกตเห็นกฎนี้ หลังจากที่วงการอินเตอร์เน็ตในประเทศสหรัฐอเมริกาเริ่มคึกคักขึ้น ทุกอย่างในโลกกำลังไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เดิมทีในร้านขายแผ่นเพลง หรือถ้าเป็นสมัยก่อนก็จะเป็น ร้านเทปคลาสเส็ต (ทันกันใช่มั๊ยครับ?) มักจะเจอข้อจำกัดอยู่เรื่องนึงเสมอ นั่นก็คือการจัดวางเทปเพลงในร้านมีพื้นที่จำกัด แต่เมื่อวงการเพลงเริ่มเปลี่ยนไปขายบนอินเตอร์เน็ตแทน ข้อจำกัดนี้ก็หายไป เดิมทีร้านเพลงอาจจะจัดวางเทปเพลงได้เพียงแค่ 100 ตลับ แต่เมื่อมาอยู่บนเว็บไซต์ อัลบั้มเพลงสามารถที่จะบรรจุได้ไม่มีจำกัด เราจะบรรจุไป 1 แสนอัลบั้ม หรือ 1 แสนล้านอัลบั้มก็ได้

การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นกับทุกวงการ ไม่ใช่เฉพาะวงการเพลง สินค้าในซุปเปอร์มาเก็ต หรือในห้างสรรพสินค้า ก็เจอข้อจำกัดนี้เช่นกัน ดังนั้นการใช้เว็บไซต์ก็เป็นการทลายข้อจำกัดนี้เช่นกัน ธุรกิจนึงสามารถที่จะจัดวางสินค้ากี่ล้านล้านรายการก็ได้ตามที่ตัวเองต้องการ

แล้วยังไงต่อ?

Longtail marketing

 

จากรูปกราฟนี้คุณลองดูนะครับว่าเกิดอะไรขึ้น ฝั่งซ้ายที่เป็นกราฟสูงๆนั่นแหล่ะคือ 20 ที่ทำรายได้ 80 เรื่องนี้เราเข้าใจกันดีอยู่แล้ว

แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปด้วยพลังของอินเตอร์เน็ตก็คือส่วนที่อยู่ตรงหางของกราฟ ถ้าเราทำธุรกิจบนอินเตอร์เน็ต หางที่อยู่ในกราฟนี่สามารถที่จะยืดยาวออกไปไม่มีที่สิ้นสุด (เช่น เราสามารถใส่เพลงขายบนเว็บไซต์ได้ แสนล้าน หรือล้านล้านล้านล้าน รายการก็ได้)

ประเด็นต่อมาที่เกิดขึ้นคือ ไอ่ตัวหางยาวที่ยาวไม่มีลิมิตนี่เองครับ จะเป็นตัวที่ทำรายได้ให้กับธุรกิจได้มหาศาลไม่มีวันรู้จบ มากกว่าส่วน 20% ฝั่งซ้ายแน่อน!

ผมยกตัวอย่างเช่น

สมมติถ้าเรามีอัลบั้มเพลง 20 Top Hit ที่ทำรายได้เดือนละ 1 ล้านบาท

ส่วนเพลงที่ไม่ดัง ไม่ฮิตที่เหลือ สมมติทำรายได้เดือนละ 1 บาทต่ออัลบั้มเท่านั้น แต่ส่วนที่เหลือนี่ เนื่องจากมันไม่มีลิมิตถูกมั๊ยครับ? ถ้าเราใส่อัลบั้มลงไป 1 หมื่น อัลบั้ม เราก็จะได้รายได้แค่ 1 หมื่นต่อเดือนเท่านั้น

แต่หากเราใส่ลงไป 10 ล้านอัลบั้ม เราก็จะมีโอกาสได้รายได้ 10 ล้านบาทต่อเดือน! 50 ล้านอัลบั้ม เราก็จะมีโอกาสได้รายได้ 50 ล้านบาทต่อเดือน!!

นี่คือคอนเสปข้อหนึ่งของเรื่อง Long Tail นั่นเอง

เดี๋ยวไว้มีเวลาผมจะมาสรุปเรื่อง Long Tail ว่ามันเกี่ยวข้องกับ Online Marketing ยังไงนะครับ วันนี้ขอตัวไปพบลูกค้าก่อนคร๊าบบ ^^

Facebook Comments
Posted in รีวิวหนังสือ, อื่นๆ Tagged with: , ,